หนังสือหลักคำสอนความเชื่อ ฉบับย่อ

โดย ดร.มาร์ติน ลูเธอร์
เลือกภาษา เกี่ยวกับ

หน้าที่ความรับผิดชอบ

หน้าที่ความรับผิดชอบ

ข้อพระคัมภีร์ข้างล่างนี้ เป็นข้อพระธรรมในการกล่าวตักเตือนผู้ที่มีหน้าที่และมีความรับผิดชอบในตำแหน่งต่าง ๆ

สำหรับบิช็อป ศิษยาภิบาล และนักเทศน์

“ส่วนผู้ปกครองในคริสตจักรนั้นต้องปราศจากที่ติ เป็นสามีของภรรยาคนเดียว รู้จักประมาณตน รู้จักควบคุมตนเอง น่านับถือ มีน้ำใจรับรองแขก สามารถที่จะสอนคนอื่นได้ ไม่ดื่มสุราเมามาย ไม่ก้าวร้าวแต่สุภาพอ่อนโยน ไม่ชอบทะเลาะวิวาท ไม่เป็นคนรักเงิน เขาต้องดูแลจัดการครอบครัวของตนได้ดี อบรมบุตรหลานให้เชื่อฟังและเคารพเขาอย่างที่ควร” (1 ทิโมธี 3:2-4)

“เขาต้องไม่เป็นผู้ที่เพิ่งกลับใจมาเชื่อ มิฉะนั้นอาจจะจองหองลืมตัว และต้องรับโทษเหมือนมารนั้น” (1 ทิโมธี 3: 6)

“เขาต้องยึดมั่นในหลักคำสอนอันเชื่อถือได้ตามที่เรียนรู้มา เพื่อจะสามารถหนุนใจผู้อื่นด้วยคำสอนอันมีหลัก และโต้แย้งผู้ที่ต่อต้านคำสอนนั้น” (ทิตัส 1:9)

ความรับผิดชอบที่สมาชิกควรมีต่อศิษยาภิบาล

“…เช่นกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาไว้ว่า ผู้ที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับปัจจัยเลี้ยงชีพจากข่าวประเสริฐ” (1 โครินธ์ 9:14)

“ผู้ที่รับคำสั่งสอนจงแบ่งสิ่งดีทั้งปวงแก่ผู้สอน อย่าหลงเลย ท่านไม่อาจหลอกลวงพระเจ้า ใครหว่านอะไรย่อมเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น” (กาลาเทีย 6:6-7)

“คณะผู้ปกครองที่บริหารกิจการของคริสตจักรได้ดีควรได้รับเกียรติเป็นสองเท่า โดยเฉพาะบรรดาผู้ทำหน้าที่เทศนาและสั่งสอน เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า อย่าเอาตะกร้อครอบปากวัวที่นวดข้าวอยู่ และคนงานสมควรได้รับค่าจ้างของตน” (1 ทิโมธี 5:17-18)

“พี่น้องทั้งหลาย ขอให้ท่านนับถือผู้ที่ทำงานหนักในหมู่ท่าน ผู้ที่ปกครองดูแลพวกท่าน ในองค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ที่ตักเตือนท่าน จงเคารพรักเขาเหล่านั้นให้มากเนื่องด้วยการที่เขากระทำ จงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข” (1เธสะโลนิกา 5:12-13)

“ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ใต้บังคับบัญชาผู้นำของท่าน ซึ่งเฝ้าดูแลท่านในฐานะเป็นผู้ที่ต้องรายงาน จงเชื่อฟังเขาเพื่อเขาจะทำหน้าที่ด้วยความชื่นใจ มิใช่จำใจรับภาระซึ่งไม่เป็นประโยชน์อันใดแก่ท่าน”(ฮีบรู 13:17)

หน้าที่ของพลเมืองต่อรัฐบาล

“ทุกคนต้องยอมตนเชื่อฟังผู้มีอำนาจปกครองเพราะไม่มีผู้ใดมีอำ�นาจเว้นแต่พระเจ้าได้ทรงสถาปนา ผู้มีอำนาจต่าง ๆ ที่มีอยู่ล้วนได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าฉะนั้น ผู้ที่กบฏต่อผู้มีอำนาจ ก็กำลังกบฏต่อผู้ที่พระเจ้าได้ทรงสถาปนา และผู้ที่ทำเช่นนั้นจะนำโทษมาสู่ตนเองเพราะว่า ผู้ปกครองบ้านเมืองนั้นไม่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำถูก แต่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำผิด ท่านอยากจะพ้น จากความกลัวผู้มีอำนาจใช่ไหม? ถ้าเช่นนั้น ก็จงทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเขาจะชมเชยท่าน เพราะเขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของท่าน แต่ถ้าท่านทำผิดก็จงกลัวเถิด เพราะเขามิได้ถือดาบไว้เฉย ๆ เขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า เป็นตัวแทนแห่งพระพิโรธที่จะนำการลงโทษมาสู่ ผู้กระทำผิด” (โรม 13:1-4)

หน้าที่ของประชากรต่อประเทศ

“ของซีซาร์ จงให้แก่ซีซาร์ และของของพระเจ้า จงถวายแด่พระเจ้า” (มัทธิว 22:21)

“ฉะนั้น เราจึงต้องยอมเชื่อฟังผู้มีอำนาจ ไม่เพียงเพราะกลัวการลงโทษ แต่เพราะเห็นแก่จิตสำนึก ด้วย และนี่คือเหตุผลที่ท่านเสียภาษี เพราะผู้มีอำนาจเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ผู้ให้เวลาทั้งหมดของตนในการปกครองบ้านเมือง จงให้แก่ทุกคนในสิ่งที่ท่านติดค้างเขาคือถ้าท่านติดค้างส่วยสาอากร จงเสียส่วยสาอากร ถ้าติดค้างภาษี จงเสียภาษี ถ้าควรให้ความเคารพ จงให้ความเคารพ ถ้าควรให้เกียรติ จงให้เกียรติ” (โรม 13:5-7)

“ฉะนั้น ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอกำชับท่านให้ทูลขออธิษฐาน วิงวอน และขอบพระคุณพระเจ้าเพื่อทุกคน เพื่อเหล่ากษัตริย์และผู้มีอำนาจทั้งปวง เพื่อว่าเราทั้งหลายจะได้อยู่อย่างสงบสุข ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ในทางพระเจ้าและความบริสุทธิ์ทุกอย่าง การกระทำเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ดีและเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา” (1 ทิโมธี 2:1-3)

“จงเตือนประชากรเหล่านั้นให้อยู่ในบังคับของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้มีอำนาจ ให้เชื่อฟังและพร้อมจะทำสิ่งที่ดี” (ทิตัส 3:1)

“โดยเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกท่านจงยอมอยู่ใต้อำนาจการปกครองทั้งปวงที่ตั้งขึ้นในหมู่มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด หรือบรรดาผู้ว่าการซึ่งกษัตริย์ส่งมาเพื่อลงโทษ ผู้กระทำผิดและยกย่องผู้กระทำดี” (1 เปโตร 2:13-14)

หน้าที่ของผู้เป็นสามี

“ในทำนองเดียวกันสามีทั้งหลาย จงอยู่กับภรรยาด้วยความเห็นอกเห็นใจ จงให้เกียรติภรรยาในฐานะเป็นผู้ที่อ่อนแอกว่าและในฐานะทายาทผู้รับชีวิตซึ่งเป็นของประทานอันทรงพระคุณจากพระเจ้าร่วมกับท่าน เพื่อจะไม่มีสิ่งใดขัดขวางคำอธิษฐานของท่านทั้งสอง” (1 เปโตร 3:7)

“สามีทั้งหลาย จงรักภรรยาของท่านและอย่าก้าวร้าวรุนแรงต่อนาง” (โคโลสี 3:19)

หน้าที่ของผู้เป็นภรรยา

“ผู้ที่เป็นภรรยา จงยอมเชื่อฟังสามีเหมือนที่ยอมเชื่อฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า” (เอเฟซัส 5:22)

“เพราะนี่เป็นแนวทางที่สตรีผู้บริสุทธิ์ในอดีตซึ่งหวังใจในพระเจ้าทำให้ตนเองงดงาม พวกนางยอมเชื่อฟังสามีของตน เหมือนนางซาราห์ผู้เชื่อฟังอับราฮัม และเรียกท่านว่านาย ท่านทั้งหลายก็เป็นลูกหลานของนางซาราห์ เมื่อท่านทำสิ่งที่ถูกต้อง และไม่หวาดหวั่นสิ่งร้ายอันใด” (1 เปโตร 3:5-6)

หน้าที่ของผู้เป็นบิดา-มารดา

“ผู้ที่เป็นบิดา อย่ายั่วโทสะบุตรของตน แต่จงอบรมเลี้ยงดูโดยการฝึกฝนและสั่งสอนตามแนวขององค์ พระผู้เป็นเจ้า” (เอเฟซัส 6:4)

หน้าที่ของผู้เป็นบุตร

“ผู้ที่เป็นบุตร จงเชื่อฟังบิดามารดาในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะนี่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง จงให้เกียรติบิดา มารดาของเจ้า นี่เป็นพระบัญญัติข้อแรกที่มีพระสัญญาไว้ด้วย เพื่อเจ้าจะอยู่เย็นเป็นสุขและมีชีวิตยืนยาวในโลก” (เอเฟซัส 6:1-3)

หน้าที่ของผู้เป็นลูกจ้าง

“ผู้ที่เป็นทาส จงเชื่อฟังเจ้านายฝ่ายโลกด้วยความเคารพยำเกรงและด้วยความจริงใจ เหมือนที่ท่านเชื่อฟังพระคริสต์ ไม่เพียงแต่เชื่อฟังเจ้านายต่อหน้าเพื่อเอาใจเขา แต่ให้เป็นเสมือนทาสของพระคริสต์ คือกระทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าจากใจของท่าน จงรับใช้ด้วยความเต็มใจ ราวกับกำลังรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้ามิใช่รับใช้มนุษย์ เพราะท่านรู้ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงปูนบำเหน็จความดีความชอบแก่ทุกคนที่ทำดี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นทาสหรือเป็นไท” (เอเฟซัส 6:5-8)

หน้าที่ของนายจ้างและหัวหน้า

“ผู้ที่เป็นนาย จงปฏิบัติต่อทาสในทำนองเดียวกันอย่าข่มขู่เขา ในเมื่อรู้อยู่ว่าพระองค์ผู้ทรงเป็นองค์เจ้า นายทั้งของเขาและของท่านนั้นอยู่ในสวรรค์และพระองค์ไม่ทรงลำเอียงเข้าข้างใคร” (เอเฟซัส 6:9)

หน้าที่ของหนุ่ม-สาว

“ในทำนองเดียวกันท่านผู้อ่อนอาวุโส จงยอมเชื่อฟังบรรดาผู้ที่อาวุโสกว่า อันที่จริง ให้ท่านทุกคนถ่อมใจต่อกันและกัน ด้วยว่า พระเจ้าทรงต่อต้านผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ประทานพระคุณแก่ผู้ที่ถ่อมใจ เหตุฉะนั้นพวกท่านจงถ่อมใจลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงยกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร” (1 เปโตร 5:5-6)

หน้าที่ของแม่ม่าย

“หญิงม่ายผู้ขัดสนจริงๆ และอยู่ลำพังคนเดียวนั้น ก็ตั้งความหวังไว้ในพระเจ้า ทั้งวันทั้งคืนนางพร่ำอธิษฐานและทูลขอพระเจ้าให้ทรงช่วยเหลือ แต่หญิงม่ายที่อยู่เพื่อหาความสนุกเพลิดเพลินก็ตายทั้งเป็น” (1 ทิโมธี 5: 5-6)

หน้าที่ของทุก ๆ คน

“พระบัญญัติที่ว่า อย่าล่วงประเวณี อย่าฆ่าคนอย่าลักขโมย อย่าโลภ และพระบัญญัติข้ออื่น ๆ ล้วนรวมอยู่ในข้อนี้คือ จงรักเพื่อนบ้าน เหมือนรักตนเอง” (โรม 13:9)

“ฉะนั้น ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอกำชับท่านให้ทูลขออธิษฐาน วิงวอน และขอบพระคุณพระเจ้าเพื่อทุกคน” (1 ทิโมธี 2:1)

“ขอให้แต่ละคนเรียนรู้ข้อพระธรรมด้วยความตั้งใจเพื่อที่ทุกคนในครอบครัวจะอยู่เย็นเป็นสุข ”